ผู้ชม
วันนี้ 46
เมื่อวาน 39
ทั้งหมด 53,861
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 54
เมื่อวาน 53
ทั้งหมด 77,061



ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2553 00:00:16 น.
กิตติภณ เรืองแสน/อุบลราชธานี

ฆ้อง เป็นผลผลิตทำจากทองเหลือง ฆ้องมีประวัติความเป็นมาช้านานแต่อดีตกาลนานคณานับ ย้อนหลังอดีตเก้าสิบแปดกัลป์ สมัยพระวิสัสสีสัมมา สัมพุทธเจ้ายุคสมัยนั้น ยังกล่าวกันว่าเทวดาตีฆ้องร้องป่าวไปทั่วสามโลก (สวรรค์-มนุษย์บาดาล) ให้มาร่วมฟังธรรม เรามิอาจสรุปได้ว่าใครเป็นผู้สร้างฆ้องขึ้นมา เดิมฆ้องเป็นลักษณะตูมเดียว ต่อมาได้พัฒนาเป็นฆ้องเก้าตูมที่นครเวียงจันทน์ ประเทศลาว เล่ากันว่าใครสร้างฆ้องเก้าตูมนมเก้าก้อน แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ไม่อดอยากปากแห้ง ทั้งในชาตินี้และชาติหน้าโดยเฉพาะเรื่องเพศสัมพันธ์

ฆ้อง เป็นเสนาสนะที่ใช้ในวัดพระพุทธศาสนา ใช้ในการรบทัพจับศึกถือว่าเป็นมงคล เช่น ตอนสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกกองทัพออกไปรบกับกองทัพพม่า มีกลอนกล่าวไว้ว่า "ลั่นฆ้องศึกกระหึ่มก้องท้องธานินทร์ องค์นรินทร์ยกออกสู้ศัตรูพาล" ฆ้องใช้ตีบอกเวลาโมงยาม ฆ้องใช้เป็นเครื่องมือประกอบดนตรี ฆ้องยิ่งใช้ประดับห้องพระและห้องรับแขกดูสง่างามน่าเกรงขามยิ่งนัก และฆ้องยังเกี่ยวข้องกับศาสนาอีกอย่างหนึ่งคือ เป็นความเชื่อของคนไทย ว่า ถ้าทำทานฆ้องแล้วจะได้กุศลมาก อีกอย่างความหมายของฆ้องก็ดีด้วย คือ ฆ้องจิต ฆ้องใจ เป็นคำพ้องเสียงที่ดี แล้วก็สามัคคีคือพลัง รวมกลุ่ม จะสังเกตได้ว่างานพิธีต่างๆ จะมีการ ตีฆ้อง

นายเชิดศักดิ์ งามสิงห์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 10 บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า เดิมฆ้องที่ใช้ทั่วไปในประเทศไทย มาจากจังหวัดชายแดนติดต่อกับประเทศพม่า เป็นฆ้องหล่อ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 60 เซนติเมตร เลียนแบบจากช่างพม่า ตีเสียงดังกังวานยิ่งนัก แต่มีข้อเสียคือ ชำรุดง่ายและน้ำหนักมากเกินไป นำไปใช้ในขบวนแห่ไม่เหมาะสม และมีการนำมาขายในจังหวัดอุบลราชธานีครั้งแรกโดยร้าน "ช่วยเจริญสังฆภัณฑ์" ซึ่งอยู่ในตัวเมืองอุบลราชธานี เพื่อขายต่อให้ชาวบ้านในเขตจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งชาวบ้านจะซื้อไปหาบเร่ขายทั้ง จ.อุบลฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งเอาไปขายในประเทศลาวอีกด้วย แต่เนื่องจากร้านช่วยเจริญฯ เขารับมาไกลราคาจึงแพง เราก็เลยซื้อแพงทำให้ขายต่อได้ยาก จากนั้นปี พ.ศ.2524 ชาวบ้านทรายมูลจึงคิดทำฆ้องขึ้นเอง เพื่อลดต้นทุนการผลิต จึงพากันไปศึกษาเรียนรู้วิธีการทำฆ้องที่บ้านห้วยขยุง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี แล้วนำกลับมาเผยแพร่ และถ่ายทอดต่อๆ กันจนถึงปัจจุบัน

การทำฆ้องของชาวบ้านทรายมูล จะนำแผ่นทองเหลืองที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ที่เขาใช้ใน การต่อเรือและงานก่อสร้างอาคารมาทำฆ้องตาม แบบฉบับของคนไทย ซึ่งครั้งแรกทำขนาด 38 เซนติเมตร 40 เซนติเมตร 60 เซนติเมตร เป็นฆ้องตูมเดียวนำไปจำหน่ายทั่วประเทศและได้ รับความสนใจเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างยิ่ง การทำฆ้องที่นี่ ชาวบ้านจะใช้เวลาว่างหลังจากการปักดำนาเสร็จหันมาผลิตฆ้อง และเมื่อเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จก็มาผลิตอีก ทำเป็นอาชีพเสริมกันทั้งหมู่บ้าน บางคนก็ทำเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือน บางคนก็รวมกลุ่มกันผลิต ซึ่งฆ้องที่ทำส่วนมากก็คือ ฆ้องโหม่ง ซึ่งเป็นฆ้องขนาดใหญ่ เวลาตีจะมี เสียงดังโหม่ง และฆ้องมี 2 รูปแบบ คือ แบบที่ตีร้อนๆ จากไฟ (ตีด้วยมือ) และแบบที่อ๊อกเชื่อม ซึ่งอย่างหลังจะง่ายกว่ามาก หากแต่ความนิยมอยู่ที่ฆ้องตีมือ

นายเชิดศักดิ์ เล่าถึงกระบวนการและขั้นตอนการผลิตฆ้อง ว่า เดิมใช้แผ่นทองใส่ไฟให้ร้อนประมาณ 300-400  C ใช้ค้อนตีเป็นรูป โดยใช้เบ้าโม้ขนาดตามความต้องการ ความต้องการใน ที่นี้คือให้ตรงกับโฉลกที่ต้องการ ข้อเสียคือ ช่าง ตีฆ้องจะหูหนัก หูหนวกไปตามๆ กัน บางรายต้องเลิกกิจการไปเพราะเสียงจะดังเกิน 250 เดซิเบลขึ้นไป เนื่องจากวิธีการทำฆ้องแบบนี้จะได้ผลผลิตที่ดี แต่ต้องใช้ฟืนมหาศาลเป็นการสูญเสียทรัพยากรอย่างมากมาย จึงวิวัฒนาการทำเป็นฆ้องแบบอ๊อกหรือเชื่อมแผ่นทองเป็นรูปฆ้องเสร็จแล้วจึงทำตูมฆ้องและนิยมทำเก้าตูมตามความต้องการของตลาด

ขั้นตอนการทำฆ้องโดยสรุป ได้แก่ 1.ตัดแผ่นเหล็ก หรือแผ่นทองเหลืองเป็นวงกลมตามขนาดที่ต้องการ 2.เชื่อมขอบรอบวง โดยใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือแก๊ส 3.ทำปุ่มนูนตรงกลาง โดยขุดดินเป็นหลุม นำแผ่นเหล็กวาง แล้วใช้ค้อนทุบลงไป 4.แต่งเสียง โดยใช้ค้อนเคาะจนได้เสียงที่พอใจ ให้มีเสียงนวล กังวานใส 5.ขัดเงาและลงสี แต่งลวดลายด้วยสีน้ำมัน 6.เจาะรูติดเชือก และแขวนกับขาตั้ง ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวนี้เป็นวิธีในปัจจุบันที่กลุ่มของตน และกลุ่มอื่นนิยมทำ เพื่อให้ผลิตได้เร็วขึ้น เฉลี่ย 3 วันต่อใบ ส่วนใหญ่ก็จะผลิตฆ้องเหล็กตูมเดียว ฆ้องทองเหลืองตูมเดียวและฆ้องทองเหลืองเก้าตูม

พอทำเสร็จ ช่างฆ้องจะวาดลวดลายไทยหรือรูปแบบอื่นๆ ลงในตัวฆ้องเพื่อความสวยงาม เมื่อทำฆ้องเสร็จต้องทำค้อนตีฆ้อง โดยใช้ด้ามพันด้วยผ้าถักด้วยด้ายอย่างสวยงาม การผลิตฆ้องกลุ่มของตนจะผลิตหลายขนาด มีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนขนาดใหญ่ ราคาก็ตามขนาด อย่างระฆังหัวระเบิดแบบสุ่มไก่ 5,000 บาท แบบหัวตัด 3,000 บาท แบบหัวแหลม 3,500 บาท และรับหล่อนอกสถานที่ ราคาแบ่งเป็นกำ เช่น ขนาด 2 กำ เนื้อทองเหลือง 2,500 บาท 4 กำ 6,500 บาท ถ้าเป็นเนื้อรองหิน 9,000 บาท หรืออย่างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร ถ้าเป็นฆ้องเหล็ก ราคาก็ 1,600 บาท ถ้าเป็นทองเหลือง ราคาก็ 3,500 บาท และยังมีกลุ่มที่ผลิตฆ้องขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 500 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าเป็นฆ้องที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งราคาก็ 1 ล้านบาท แต่กลุ่มของตนจะไม่ทำใหญ่ขนาดนี้ ปัจจุบันตนได้รวมกลุ่มกับเพื่อนบ้าน 7-8 คน เพื่อผลิตฆ้องออกจำหน่าย โดยมีโรงหล่อเอง และร้านค้าเองชื่อโรงหล่อดังกังวาน

สำหรับตลาดนั้น นายเชิดศักดิ์ บอกว่า เมื่อก่อนต้องเอาฆ้องใส่รถกระบะไปเร่ขายตามจังหวัดต่างๆ ตอนนี้ไม่ค่อยได้เร่ เพราะมีคนมาสั่งทำสั่งหล่อจนผลิตแทบไม่ทัน แต่ก็ยังมีบ้างที่ชาวบ้านทรายมูลบางกลุ่มยังเร่ขาย เพราะได้กำไรดี ส่วนร้านของตนรายได้ก็มาจากการขายหน้าร้านและมีคนผ่านไปมาแวะซื้อ มีนักท่องเที่ยวมาซื้อ ส่วนมากเป็นฆ้อง 4 นิ้ว 6 นิ้ว บางทีมีคนมาสั่งทำเพื่อนำไปถวายวัด ฆ้องที่นี่เวลาทำหรือที่เรียกว่าตีฆ้องขึ้นรูป จะมีการตีทดสอบเสียงอยู่ตลอดเวลา ต้องให้มีเสียงดังกังวานต่อเนื่องกัน จึงจะเป็นฆ้องที่มีคุณภาพดี ทำให้ขายได้ง่าย ในปัจจุบันจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงที่ เพื่อนำไปขายต่อร้านสังฆภัณฑ์ต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีการนำไปขายที่ประเทศลาว และนอกจากฆ้องแล้วยังผลิต กลองเพล ระฆัง ฉิ่ง ฉาบ ทุกขนาดอีกด้วย

เรื่องรายได้ก็ถือว่างามพอสมควร ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ยอดขายฆ้องไม่เคยตกเคยขายได้ยังไงก็ยังงั้น ถ้ายิ่งใกล้เทศกาลงานบุญกฐิน ยอดจะเพิ่มมากกว่า 2 เท่าตัว จึงทำให้รายได้ต่อเดือนจะมีเงินหมุนเวียนซื้อขายฆ้องที่บ้านทรายมูล ไม่ต่ำกว่าหลักล้านบาท โดยเฉลี่ยช่างแต่ละคนจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อเดือน แต่ละคนแต่ละครอบครัวมีรถยนต์ขับกันทั้งหมู่บ้าน และทุกคนต่างภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะปัจจุบันบ้านทรายมูลเป็นแหล่งผลิตฆ้องแห่งเดียวในประเทศไทย

นับเป็นการสืบสานตำนานภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ทรงประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลยิ่งนัก หากหมู่บ้านใด กลุ่มองค์กรหรือเครือข่ายใด ต้องการศึกษาดูงานติดต่อได้ที่ โรงงานหล่อระฆังดังกังวาน เลขที่ 14 หมู่ 10 บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี หรือจะประสานงานกับเจ้าของร้านเจ้าของโรงงาน คือนายเชิดศักดิ์ งามสิงห์ ได้ที่โทร.08-1966-2477 ได้ทุกวัน

ที่มา http://www.ryt9.com/s/bmnd/987706


ดังกังวาน.com  

 
เว็บสำเร็จรูป
×